Exotic Pets

เริ่มต้นเลี้ยงกระต่าย

เริ่มต้นเลี้ยงกระต่าย เราจำเป็นต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนอื่นเลยอยากให้เพื่อนๆคำนึงถึงกระต่าย ว่ากระต่ายก็เหมือนคน ต้องการอาหาร น้ำ ที่อยู่ ยา เหมือนกัน โดยเราต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า กระต่ายกินอะไรเป็นอาหาร ลักษณะนิสัย ความเป็นอยู่อย่างไร เมื่อกระต่ายเราไม่สบาย ก็ต้องพาไปหาหมอ เพื่อนๆต้องคิดไว้ล่วงหน้าเลยว่า กระต่ายเราไม่สบาย เราสามารถดูแลรักษา พากระต่ายไปหาหมอได้หรือไม่ เพราะการเลี้ยงอะไรก็ตามแต่ ต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว อย่าลืมว่า กระต่าย เป็นภาระที่เราหามาเอง ดังนั้น อยากให้รับผิดชอบในการเลี้ยงให้ถึงที่สุด เอาล่ะ ดราม่ามาเยอะแล้ว มาดูกันเลยว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. อาหาร

เพื่อให้กระต่ายเรา กินอิ่ม นอนหลับ มีสุขภาพแข็งแรง ต้องจำไว้ว่า อาหารหลักของกระต่ายคือ “หญ้าแห้ง” ควรให้กินหญ้าแห้ง 75-80% อาหารเม็ด 20% ผักสด ผลไม้สด 5% ดังนั้นเรามาดูกันว่า หญ้าอะไรที่เราควรให้กระต่ายกิน

กระต่ายอายุ 1-6 เดือน ควรให้กินหญ้า Alfalfa ไม่สมควรให้กินผักสด ผลไม้สด เนื่องจากหญ้า Alfalfa มีสารอาหารสูง แคลเซียมสูง เหมาะแก่วัยเจริญเติบโต

alfalfaalfalfa

 

กระต่ายอายุ 6เดือนขึ้นไป ควรให้กินหญ้า Timothy, Orchard, Botanial  หรือ Oat Hay ก็ได้แล้วแต่กระต่ายชอบ จากประสบการณ์ จะให้หญ้า Timothy เอาแบบที่มีก้านหน่อย อย่าเลือกเฉพาะใบให้กิน เพราะก้านหญ้าจะช่วยในการลับฟัน ป้องกันปัญหาฟันยาวด้วย

Timothy Hay Timothy Hay

 

อารหารเม็ด เหมาะแก่กระต่ายอายุ 6 เดือนขึ้นไป ควรให้แค่วันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ควรเลือกอาหารที่มี Fiber สูง แนะนำที่ 20% ขึ้นไป แต่ถ้ายังเป็นกระต่ายเด็ก 3-6เดือน จะมีอาหารสูตรเด็กอยู่ แต่ก็ไม่ควรให้กินเยอะ ต้องจำไว้เสมอว่า อาหารหลักของกระต่ายคือหญ้าแห้ง

อาหารกระต่าย Oxbow อาหารกระต่าย Cuni Complete

 

ผักสด – ผลไม้สด ให้กินได้ นานๆครั้ง ไม่สมควรให้กินเยอะ ข้อควรระวัง ผักและผลไม้ก็มีข้อดีและข้อเสียกันไป ผู้เลี้ยงต้องศึกษาก่อนว่า อะไรที่กระต่ายกินได้และไม่ได้ ไม่ควรให้กินสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะอาจจะทำให้กระต่ายป่วยได้

ผักและผลไม้ที่ไม่ควรให้กระต่ายกิน

ผักและผลไม้ที่ไม่ควรให้กระต่าย ผักและผลไม้ที่ไม่ควรให้กระต่าย

 

หญ้าสด หญ้าสดที่แนะนำเลยคือ หญ้าขน กระต่ายบางตัวชอบกินหญ้าขนมาก แถมยังมีสารอาหารเยอะ สามารถให้กินได้บ่อย แต่ก็ต้องแลกกับกระต่ายจะอึเยอะและเหม็น

หญ้าขน

 

2. น้ำ

กระต่ายต้องกินน้ำเหมือนเรา ดังนั้น น้ำสะอาดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ควรใส่น้ำในกระบอกน้ำสำหรับกระต่าย ไม่สใควรเทใส่ถ้วยให้กิน เนื่องจากการเทใส่ถ้วยให้กินน้ำนั้นอาจจะทำให้กระต่ายนำเท้าลงไปจุ่ม หรือ ทำให้มีเศษอึของกระต่ายกระเด็นมาตกใส่ก็เป็นได้ มันจะทำให้น้ำไม่สะอาด

ขวดน้ำกระต่าย

 

3. ที่อยู่

กระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียง นอกจากจะโดนอะไรจนเจ็บจริงๆ หรือ เกิดอาหารตกใจสุดขีด ดังนั้นสถานที่เลี้ยงสามารถเลี้ยงได้ทุกที่ ที่อยู่ก็แล้วแต่ผู้เลี้ยงจะสะดวก แต่ควรมีรั้วรอบขอบชิด หากเลี้ยงปล่อยไว้ในบริเวณบ้านหรือสนามหญ้า ควรมีบ้านหรือกรงสำหรับกระต่ายไว้ให้ด้วย แต่ที่สำคัญคือต้องมีรั้วที่ทนทานต่อสัตว์อื่นที่จะเข้ามาทำร้ายหรือป้องกันไม่ให้กระต่ายของเราแอบออกไปนั่นเอง

แต่สำหรับการเลี้ยงไว้ในห้อง ในคอนโด ควรจะมีกรงสำหรับกระต่ายไว้ เพราะถ้าหากปล่อยไว้ทั้งวันทั้งคืน กระต่ายอาจจะซนจนไปแทะสายไฟเข้า หรือ ทำลายข้าวของของเรา (เช่นสายชาร์จโทรศัพท์ , สายเมาส์, สายคีย์บอร์ด) และควรกั้นพื้นที่ไว้ไม่ให้เค้าวิ่งซนไปทั่ว เพราะเราคงไม่ได้ดูเค้าตลอด อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

กรงกระต่ายproduct-20140422-013000

 

อุปกรณ์สำคัญๆที่ต้องมีสำหรับการเลี้ยงกระต่ายคือ

  • กรง
  • ห้องน้ำสำหรับกระต่าย เนื่องจากกระต่ายขับถ่ายเป็นที่จึงควรมีห้องน้ำให้กระต่ายด้วย
  • ถ้วยใส่อาหาร รางใส่หญ้า
  • กระบอกใส่น้ำดื่มสำหรับกระต่าย
ถ้วยอาหาร รางใส่หญ้า รางใส่หญ้า ห้องน้ำกระต่าย

 

4. ยา

กระต่ายก็เหมือนเรา สามารถป่วยได้ และเมื่อกระต่ายป่วยเราจะสังเกตได้ยากมาก หรือเมื่อสังเกตเห็นก็อาจจะสายเกินไปก็ได้ เพราะตามธรรมชาติแล้ว กระต่ายเป็นสัตว์ที่ถูกล่า ดังนั้นเมื่อกระต่ายป่วยจะไม่ค่อยแสดงอาการหรือแสดงความอ่อนแอให้เห็น เพราะตามธรรมชาติเมื่อแสดงความอ่อนแอให้เห็นจะทำให้ตกเป็นเป้าในการถูกล่าได้ ดังนั้นเมื่อเราเห็นกระต่ายมีท่าทีผิดสังเกต หรือ มีอาการไม่เหมือนปกติ ควรรีบพาไปหาหมอทันที อย่าปล่อยให้สายเกินไปเพราะบางโรคอาจจะรักษาไม่ทันแล้วก็ได้

Exotic Pets

การสังเกตเบื้องต้นว่ากระต่ายเราป่วยหรือไม่

  • ลองจับใบหูว่าเย็นเกินไปหรือร้อนเกินไปหรือไม่
  • ลองจับท้องดูว่ามีอาการท้องแข็งๆหรือไม่
  • สังเกตอึของกระต่าย ถ้าถ่ายประมาณปกติ ไม่น้อยเกินไป อึกลมสวย แสดงว่ากระต่ายเรากินได้มีสุขภาพดี แต่ถ้ากระต่ายไม่ถ่ายอาจจะท้องอื่น หรือ ถ้าถ่ายเหลว ก็ท้องเสียง ทั้ง 2 อาการนี้ควรพาไปหาหมอทันทีเพราะจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากรักษาไม่ทัน
  • ตรวจฟันกระต่ายสม่ำเสมอว่ายาวเกินไปหรือไม่
  • ตรวจเช็คตามขนหรือใบหูว่ามีเศษขาวๆคล้ายๆรังแค หรือ มีอาการขนหลุด เนื่องจากการเกา หรือไม่ เพราะอาจจะเป็นเชื้อราได้
  • ตรวจตรงฝ่าเท้าหลังว่ามีแผลหรือไม่
  • เช็คตรงดวงตากระต่ายว่ายังสดใสหรือไม่

จากที่บอกมาข้างต้นนั้นเป็นการสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องเป็นโรคอะไร ถ้ากระต่ายมีอาการผิดปกติจากที่เคยเป็นควรไปหาหมออย่างเร็วที่สุดไม่ควรปล่อยเอาไว้นานๆ อย่าหาวิธีรักษาเอง โรงพยาบาลสัตว์ที่จะพาไปแนะนำว่าควรเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่ให้บริการสัตว์พิเศษด้วย (Exotic Pet)

About the author: Admin@Mars2112

รักกระต่าย ชอบกระต่าย อย่าลืมหาสิ่งดีๆให้กระต่าย